
รู้หรือไม่? “ข้าว” ที่เรากินกันทุกวัน สามารถปลูกให้เป็นมิตรต่อโลกได้มากขึ้นกว่าที่คิด
.
วันนี้ We Are Greeners พาไปดูอีกหนึ่งตัวอย่างดี ๆ จาก SCGP โรงงานบ้านโป่ง กับกิจกรรมแบ่งปันความรู้ “แปลงนาคาร์บอนต่ำ” ที่ร่วมกับเครือข่ายโคกหนองนาอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี พัฒนาแปลงนาสาธิต เพื่อเป็นต้นแบบการเกษตรที่ใส่ใจทั้งผลผลิตและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
.
หนึ่งในแนวทางที่นำมาใช้คือ “นาโยน” เทคนิคการทำนาแบบประณีตที่ผสมผสานระหว่างนาดำและนาหว่าน โดยเพาะต้นกล้าในถาดหลุมประมาณ 15–20 วัน ก่อนนำไปโยนลงแปลงนา วิธีนี้ช่วยลดการใช้เมล็ดพันธุ์เหลือเพียง 3–5 กก./ไร่ ลดแรงงานและเวลาในการปลูก พร้อมช่วยให้ต้นข้าวแข็งแรงเติบโตได้ดี แตกกอไว และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการลดการใช้ทรัพยากรในกระบวนการเพาะปลูก และการเหยียบย่ำพื้นที่แปลงนาที่เตรียมไว้ ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำนาได้ตั้งแต่ต้นทาง
.
นอกจากการปลูกข้าวแล้ว การจัดการฟางข้าวที่เหลือก็ถูกออกแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย “การเลี้ยงปลาด้วยฟางข้าว” จากเดิมที่อาจถูกเผาหรือปล่อยทิ้งจนก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ฟางข้าวถูกนำมาหมักร่วมกับปุ๋ยคอกและน้ำหมักจุลินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติ เช่น ไรแดง หนอนแดง และจุลินทรีย์สำหรับปลากินพืช แนวทางนี้ช่วยลดการใช้อาหารเม็ด ลดต้นทุน และลดการใช้ทรัพยากรใหม่ในระบบ พร้อมช่วยให้เกิดการหมุนเวียนทรัพยากรภายในแปลงนาอย่างต่อเนื่อง
.
ฟางข้าวยังสามารถนำไปใช้คลุมดิน เพื่อลดการระเหยของน้ำ และค่อย ๆ ย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติ กลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดของเสีย และลดการปล่อยคาร์บอนจากการเผาหรือการทับถมได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
จากการทดลองในพื้นที่ประมาณ 2 งาน สามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้กว่า 200 กิโลกรัมต่อการปลูกหนึ่งครั้ง และมีฟางข้าวและตอซังเหลือประมาณ 1,000 กิโลกรัม ซึ่งหากนำไปเผา อาจก่อให้เกิดก๊าซกว่า 79 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แต่เมื่อถูกนำกลับมาใช้ในระบบอย่างเหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนจาก “ของเหลือ” ให้กลายเป็น “ทรัพยากร” ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้
.
และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการลงมือทำร่วมกัน ที่สะท้อนให้เห็นว่า การเกษตรแบบยั่งยืนสามารถเติบโตไปพร้อมกับชุมชน และเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการดูแลโลกใบนี้ได้อย่างแท้จริง
.
#WeAreGreeners #SCGP
#นาโยน #เกษตรคาร์บอนต่ำ