ทุกวันนี้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ เพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับการทำงานให้แม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง ยิ่งในปัจจุบัน เมื่อโจทย์สำคัญของธุรกิจมุ่งเน้นการดำเนินงานตามหลัก ESG การใช้ Artificial Intelligence (AI) จึงเป็นกุญแจสำคัญของการสร้างกลไกการขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าองค์กรที่ชาญฉลาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว
AI คือดีเอ็นเอใหม่ของความยั่งยืน
SCGP ผสมผสาน AI เข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในตัวอย่างของการนำ AI มาต่อยอดสร้างความยั่งยืนที่เห็นผลชัดเจนคือ การพัฒนาระบบ AI สำหรับกระบวนการเตรียมเยื่อกระดาษรีไซเคิลก่อนเข้าสู่เครื่องจักรผลิตกระดาษ
การเตรียมเยื่อรีไซเคิลเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตกระดาษรีไซเคิล เพราะการกำจัดสิ่งปนเปื้อน ปรับคุณสมบัติเยื่อให้สะอาดสม่ำเสมอ คือตัวแปรที่มีผลต่อคุณภาพการผลิตกระดาษ SCGP จึงนำองค์ความรู้และประสบการณ์ของวิศวกรที่เข้าใจกระบวนการผลิตจริง มาร่วมพัฒนาระบบ AI เพื่อควบคุมคุณภาพ ยกระดับกระบวนการทำงานเชิงรุก
ตัวอย่างระบบ AI ที่ SCGP พัฒนาและนำมาใช้
ห่วงโซ่คุณค่าที่ทุกคนได้ประโยชน์ร่วม
ด้านคุณภาพ กระดาษรีไซเคิลคุณภาพสูง สีและพื้นผิวสม่ำเสมอ ปราศจากจุดสกปรก ช่วยให้การพิมพ์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง สวยงาม สร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
ด้านความยั่งยืน อัตราการนำเยื่อกระดาษที่ใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเพิ่มได้มากถึง 92.8 เปอร์เซ็นต์ (ข้อมูลปี 2568) เป็นการใช้งานวัตถุดิบอย่างคุ้มค่า
แนวคิดการนำ AI มาใช้ สะท้อนจุดยืนของ SCGP ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาโซลูชันแห่งอนาคต และแสดงถึงความมุ่งมั่นด้านการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่เป็นทางออกสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และโลกอย่างแท้จริง
บทความจากคอลัมน์ Today for tomorrow ใน a LOT Newsletter Vol.38