ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือคือกุญแจสำคัญที่จะไขประตูสู่ความเป็นเลิศ a LOT ฉบับนี้ชวนคุณท็อป – ภัควัต ภาษีผล กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับองค์กรกว่าสองทศวรรษ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองการสร้างทีมเวิร์กที่ไร้รอยต่อ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
20 ปี โอกาสแห่งการปรับตัว
เส้นทางการทำงานของคุณท็อปเริ่มต้นในปี 2543 ในฐานะวิศวกรโรงงาน ก่อนจะได้รับทุนการศึกษาจากบริษัท ไปศึกษาต่อด้าน MBA ที่ต่างประเทศ หลังจากกลับมาก็ได้รับผิดชอบงานในบทบาทที่หลากหลายและท้าทายความสามารถ ตั้งแต่งานวางแผนธุรกิจ งานขายต่างประเทศ งานจัดหา (Sourcing Management) จนถึงงานวางกลยุทธ์ระดับองค์กร
“จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตผมคือ ช่วงที่ต้องย้ายจากงานวางแผนธุรกิจมาเป็นงานขายต่างประเทศ ตอนนั้นเป็นช่วง Hamburger Crisis ความต้องการสินค้าในประเทศลดลง โจทย์คือ ต้องเปิดตลาดเมืองนอกให้ได้“ยอมรับว่ากังวล เพราะผมโตมาจากสายวิศวะ ไม่ใช่นักขาย แต่พอทำไปก็ทำได้ โดยหยิบเอาประสบการณ์ที่มีมาใช้คือการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) ของตลาดแต่ละประเทศ ดู Demand/Supply ของแต่ละประเทศ เจาะลึกข้อมูลจนเห็นโอกาสในตลาดใหม่ ๆ ที่คนอื่นมองข้าม และเรียนรู้ว่าไม่มีงานไหนที่เราทำไม่ได้ ถ้าเรารู้จักประยุกต์ใช้สิ่งที่มี”
ปรับและเปลี่ยนด้วยกันทั้งสองฝ่าย
การเติบโตสู่ผู้บริหารระดับสูง นอกจากเนื้องานและความรับผิดชอบแล้ว ต้องเปลี่ยนวิธีคิดด้วย คุณท็อปเล่าถึงจุดเปลี่ยนทางความคิดเรื่องการบริหารคน (People Management) ที่น่าสนใจ
“เมื่อก่อนผมเชื่อว่า เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ ต้องเปลี่ยนที่ตัวเอง แต่มีวันหนึ่งผมได้มีโอกาสไปเรียนหลักสูตรAdvanced Management Program และได้พูดคุยกับ Executive Coach เขาบอกว่า แนวคิดนี้ก็ดี แต่มันไม่ถูกทั้งหมด เพราะที่ผ่านมา คุณโค้ชพนักงาน โดยมีจุดมุ่งหมายคือ ให้คนที่ถูกโค้ชได้พัฒนาตนเอง แต่ถ้าคุณเชื่อว่าคนอื่นเปลี่ยนไม่ได้ การโค้ชก็ไม่มีความหมาย ดังนั้นคุณจะต้องเชื่อด้วยว่า คนอื่นเปลี่ยนได้ ทุกคนสามารถพัฒนาได้
“ตั้งแต่วันนั้น ผมเปลี่ยน Mindset ใหม่ เราต้องเชื่อมั่นก่อนว่าทุกคนพัฒนาได้ ไม่ปล่อยผ่านหรือปรับที่ตัวเองอย่างเดียว แต่เราต้องเพิ่มการสื่อสาร (Communication) ผสมกับการโค้ช (Coaching) เพื่อดึงศักยภาพของเขาออกมา หรือปรับจูนพฤติกรรมให้ทำงานร่วมกันได้”
Seamless Collaboration เริ่มต้นที่ Purpose
“ในองค์กรใหญ่เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดความขัดแย้งในการทำงาน ฝ่ายผลิตอยากผลิตให้ได้มากที่สุด ขณะที่ฝ่ายขายอยากได้ของถูกและดีที่สุด ต่างคนต่างมี KPI ของตัวเอง เราต้องถอยออกมามองภาพใหญ่ร่วมกัน ย้อนกลับไปที่ Purpose ขององค์กรว่า เราอยู่เพื่ออะไร เช่น SCGP มีเป้าหมายเพื่อทำให้โลกดีขึ้น ถ้าทุกคนไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนมองเห็นภาพนี้ตรงกันว่า สิ่งที่เราทำส่งมอบคุณค่าอะไรให้ลูกค้าหรือโลก เป้าหมายย่อยจะถูกปรับจูนให้สอดคล้องกัน เพราะทุกคนรู้ว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดหมายเดียวกัน”
สื่อสารร่วมกัน เพื่อเข้าใจตรงจุด
คุณท็อปยกกรณีศึกษาจริงในโรงงาน เรื่องการผลิตสินค้าเกรดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะอาดสูงมาก
“โจทย์คือ ลูกค้าต้องการสินค้าที่สะอาดมาก ทีมจัดการคุณภาพตีความคำว่า สะอาดเป็นตัวเลขทางเทคนิค เช่น ค่าจุดสกปรกไม่เกิน 10 PPM ซึ่งในทางปฏิบัติมันยาก ฝ่ายผลิตต้องคัดวัตถุดิบพิเศษ ใช้เวลาและมีต้นทุนสูงขึ้น เพื่อให้ได้ตามตัวเลขนั้น
“สุดท้ายเราลองคุยกันใหม่ สื่อสารกันใหม่ทั้งทีมภายในและลูกค้า และได้คำตอบว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงคือ ความสะอาดที่ระดับ 400 PPM ซึ่งเป็นระดับที่เราผลิตได้ด้วยวัตถุดิบปกติ ไม่ต้องมีคัดพิเศษ ทำให้เราเรียนรู้ว่า การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ความร่วมมือ และต้องเชื่อมโยงไปถึงลูกค้า การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเริ่มต้นได้ด้วยการคุยกันบนพื้นฐานของข้อมูลจริง”
Bridging the Gap ผสานความต่าง สร้างพลังทีม
คุณท็อปฝากข้อคิดถึงพนักงานทุกเจเนอเรชันว่า ความแตกต่างของวัยคือ โอกาส
“ผมเป็นคนรุ่นรอยต่อระหว่าง Gen X กับ Gen Y ในขณะที่น้อง ๆ เริ่มมี Gen Z เข้ามาเยอะขึ้น สิ่งสำคัญคือ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน พี่ต้องเปิดใจยอมรับมุมมองและความรู้ใหม่จากน้อง ส่วนน้องก็เรียนรู้ประสบการณ์และ
ความละเอียดรอบคอบจากพี่ ถ้าเรานำจุดแข็งของแต่ละวัยมาผสมผสานกัน ภายใต้วัฒนธรรมองค์กร (Customer and Consumer Centricity, Seamless Collaboration, Proactive & Agile, Inspiration & Innovation) เราจะสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่งและทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขครับ”
หลักการ 4D เพื่อการพัฒนาตัวเอง และการทำงานให้ประสบความสำเร็จ
สำหรับการพัฒนาตัวเองและการทำงานให้ประสบความสำเร็จ คุณท็อปฝากหลักการ 4D ที่ยึดถือมาตลอด
วินัยคือรากฐานทุกสิ่ง เริ่มต้นง่าย ๆ ที่การตรงต่อเวลา และการรักษาคำพูด นี่คือคุณสมบัติพื้นฐานความเป็น
มืออาชีพ
ความกล้าตัดสินใจคือหน้าที่ ทีมจะเดินต่อไม่ได้ถ้าหัวหน้าไม่ฟันธง และต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล
โลกเปลี่ยนเร็ว ความรู้เดิมอาจใช้ไม่ได้ในวันพรุ่งนี้ หมั่นเติมอาหารสมองด้วยการเรียนรู้ และเติมพลังกายด้วยการดูแลสุขภาพ
สร้างคนรุ่นใหม่ เปิดใจยอมรับว่า เด็กรุ่นใหม่เก่งเทคโนโลยีและเข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่มากกว่าเรา หน้าที่ของเราคือ ช่วยให้เขาเติบโต