SCGP Newsroom

56

SCGP ขับเคลื่อน Nature Positive เชื่อมป่าปลูกสู่ห่วงโซ่คุณค่า สร้างรายได้ชุมชนควบคู่ฟื้นฟูระบบนิเวศ

Loading Data...
SCGP เดินหน้าสร้างความยั่งยืนผ่านแนวคิด Nature Positive โดยผสานการบริหารจัดการป่าไม้ภายใต้มาตรฐาน FSC™ เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมการดูแลทรัพยากรธรรมชาติเข้ากับห่วงโซ่คุณค่า สร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

นายมหาศาล ธีรวรุฒม์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามฟอเรสทรี จำกัด ใน SCGP กล่าวว่า SCGP ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ จึงมุ่งขับเคลื่อนแนวทาง Nature Positive โดยเชื่อมการเติบโตทางธุรกิจกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมมุ่งมั่นหยุดยั้งและฟื้นฟูความสูญเสียทางธรรมชาติภายในปี 2573 และมุ่งสู่การฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2593 ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

บริษัทสยามฟอเรสทรี จำกัด ใน SCGP ได้ส่งเสริมการปลูกไม้ยูคาลิปตัส เพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจและเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตกระดาษและบรรจุภัณฑ์ โดยดำเนินการภายใต้มาตรฐาน FSC™ ซึ่งเป็นกลไกหลักในการผลักดันแนวทาง Nature Positive โดยหลักสำคัญของ FSC™ คือการไม่ตัดไม้ทำลายป่าและไม่เปลี่ยนสภาพป่าธรรมชาติเป็นพื้นที่ประเภทอื่น รวมทั้งกำหนดให้มีพื้นที่อนุรักษ์อย่างน้อยร้อยละ 10 ของพื้นที่สวนไม้ ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมถึงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว

บริษัทฯ ได้ขับเคลื่อนแนวทาง Nature Positive ในพื้นที่ต่าง ๆ ปัจจุบันบริษัทมีสวนไม้ที่ได้รับการรับรอง FSCTM (ตามมาตรฐาน FSC™- FM/CoC และมีใบอนุญาต FSC™ รหัส FSC-C012207) จำนวน 55,369 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ 6,212 ไร่ โดยมีความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายวิจัย นิเวศวิทยาป่าไม้ประเทศไทย ในการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทุก 2 ปี โดยพื้นที่หลักอย่างกำแพงเพชร ซึ่งมีการส่งเสริมการปลูกไม้ยูคาลิปตัส ปัจจุบันมีสวนไม้ที่ได้รับการรับรอง FSC™ จำนวน 8,174 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ 1,586 ไร่ ล่าสุดพบพรรณไม้ทั้งหมด 82 ชนิด จาก 37 วงศ์ สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่

นายวีรเชษฐ์ จันทวงษ์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัววัว หมู่ที่ 8 บางวังพึง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า ชุมชนได้ร่วมกับบริษัทสยามฟอเรสทรีในการดูแลและอนุรักษ์ป่า โดยกำหนดแนวทางร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างเหมาะสมและการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านมีแหล่งอาหารในชุมชน ควบคู่กับการดูแลให้ป่าฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจ้างงานคนในท้องถิ่นให้ดูแลพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีอาชีพและรายได้มั่นคงมากขึ้น อีกทั้งยังเห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อย่างชัดเจน ทั้งความอุดมสมบูรณ์ของป่า การกลับมาของสัตว์ป่า และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชน
ทั้งนี้ สยามฟอเรสทรียังได้ดำเนินการขยายการรับรองมาตรฐาน PEFC ในพื้นที่สวนไม้ของบริษัทฯ อีกทั้งยังมีการประเมินการกักเก็บคาร์บอนด้วยเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลหรือภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งเป็นวิธีการที่ผ่านการรับรองโดยโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ที่พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) – อบก. เพื่อสร้างคุณค่าทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในระยะยาว และเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น EUDR (EU Deforestation-free Regulation) เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลกและเสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โดยบริษัทฯ มีแผนเพิ่มพื้นที่รับรองสวนไม้ยูคาลิปตัสอีก 10,000 ไร่ และฟื้นฟูพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม 1,000 ไร่ ภายในปี 2570
PIC-278
นอกจากการส่งเสริมแนวทาง Nature Positive บริษัทฯ ยังได้ดำเนินโครงการเพื่อฟื้นฟูพื้นที่และสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผ่าน “โครงการยูคาริมคันคลอง” โดยนำพื้นที่ริมคลองที่เคยไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาพัฒนาเป็นแนวปลูกยูคาลิปตัสอย่างเป็นระบบในหลายพื้นที่ของจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อเสริมความมั่นคงของพื้นที่ริมคลอง เพิ่มพื้นที่สีเขียว และต่อยอดเป็นแหล่งรายได้ของชุมชน
PIC-538
PIC-520
นายสุพรรณ เกตุพงษ์ ผู้ใหญ่บ้านนาถัง ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากการปลูกต้นไม้ ยังทำให้คนในชุมชนได้มาร่วมแรงร่วมใจกันดูแลพื้นที่ของตัวเอง เกิดความสามัคคีและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน พื้นที่ที่เคยว่างเปล่ากลับมามีคุณค่า ทั้งช่วยดูแลดินและน้ำ และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงรอบการเก็บเกี่ยว รายได้ยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นกองทุนของหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาสาธารณูปโภคและดูแลคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้อีกด้วย
SCGP พร้อมเป็นส่วนสำคัญในการดูแลระบบนิเวศ และมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนแนวคิด Nature Positive อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้สามารถสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชน และช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและรักษาความสมดุลของธรรมชาติ อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Loading Data...