SCGP Newsroom

28

คาโอ และ SCGP ต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ขับเคลื่อนนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน

Kao and SCGP Strengthen Strategic Partnership
Loading Data...

บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ชั้นนำ และ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาค สานต่อความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ โดยจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการร่วมพัฒนานวัตกรรมและความยั่งยืน (Memorandum of Understanding on Innovation and Sustainability Partnership) มุ่งนำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรมาต่อยอดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวที่ใช้วัสดุชนิดเดียวทั้งชิ้นด้วยนวัตกรรมโมโนแมททีเรียล (Mono-material) ซึ่งเอื้อต่อการรีไซเคิลและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป ได้แก่ Extended Producer Responsibility (EPR) และ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการศึกษาแนวทางประยุกต์ใช้ AI เทคโนโลยีดิจิทัล และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่คุณค่าของทั้งสององค์กร ตลอดจนแสวงหาโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดธุรกิจใหม่ในอนาคตร่วมกัน

Kao SCGP

นายอากิระ นิชิมากิ ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “คาโอมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับ SCGP ภายใต้แนวทาง ‘Innovation and Sustainability Partnership’ ซึ่งต่อยอดจากความร่วมมือที่เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2565 โดยทั้งสององค์กรจะผสานความเชี่ยวชาญและจุดแข็งเพื่อพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับแนวคิด ‘Maximum with Minimum’ ของคาโอ ที่มุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม
โดยเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมให้สูงสุด ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด คาโอขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืน หรือ ESG Strategy ผ่านกลยุทธ์ ‘Kirei Lifestyle Plan’ ซึ่งให้ความสำคัญกับหลัก 4Rs ได้แก่ Reduce, Reuse, Replace และ Recycle รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เพื่อร่วมสร้างโลกที่สะอาดและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คาโอตั้งเป้าออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถรีไซเคิลได้ภายในปี พ.ศ. 2570 และมุ่งสู่เป้าหมายขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2583 เราเชื่อมั่นว่าการผสานพลังของทั้งสององค์กรจะช่วยสร้างนวัตกรรมและคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้บริโภค สังคม สิ่งแวดล้อม และธุรกิจไปพร้อมกัน”

SCGP_MOU_KAO-181

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า “คาโอเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่ลงนามบันทึกความร่วมมือเมื่อปี พ.ศ. 2565 ทั้งสองบริษัทได้ผสานความเชี่ยวชาญจนเกิดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ Green Carton และบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวที่ใช้วัสดุชนิดเดียว (Mono-material) ซึ่งเอื้อต่อการนำกลับมารีไซเคิล

ความร่วมมือครั้งใหม่นี้จะนำความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ของคาโอมาผสานกับขีดความสามารถด้านวัสดุ บรรจุภัณฑ์ และโซลูชันของ SCGP เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมสนับสนุนการเตรียมความพร้อมด้าน EPR และ PPWR”

MOU Kao&SCGP

หนึ่งในความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากความร่วมมือที่ผ่านมา คือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ชนิดรีฟิลสำหรับน้ำยาถูพื้น “มาจิคลีน” สูตรเนเชอรัล เอสเซนส์ ขนาด 700 มิลลิลิตร ด้วยนวัตกรรมโมโนแมททีเรียล (Mono-material) ซึ่งเกิดจากการผนึกกำลังของพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง โดยคาโอและ SCGP จะเดินหน้าต่อยอดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมดังกล่าว พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-consumer Recycled Plastic: PCR) และพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตลอดจนพัฒนาโซลูชันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบรรจุและการขนส่ง รวมถึงอำนวยความสะดวกในการใช้งานและการจัดแสดงสินค้า ควบคู่กับการลดของเสียและส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ ทั้งสององค์กรยังมุ่งศึกษาโอกาสในการนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงต่อยอดธุรกิจเคมีภัณฑ์ โดยคาโอและ SCGP เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่ โซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สร้างคุณค่าให้แก่ธุรกิจ และตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในด้านความสะดวกในการใช้งาน การรักษาคุณภาพสินค้า และการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการใช้งาน พร้อมร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าทางธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืนของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

MOU Kao&SCGP

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Loading Data...