SCGP Newsroom

357

SCGP ปิดดีลลงทุนบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในชลบุรี เพิ่มกำลังผลิต–ขยายฐานลูกค้า เสริมความแข็งแกร่งตลาดไทย

SCGP Investment in Fiber Packaging Manufacturer in Chonburi
Loading Data...
SCGP ปิดดีลเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 90 ในบริษัทจินจงฟา อุตสาหกรรมกระดาษ จำกัด หรือ JZF ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในจังหวัดชลบุรี โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวม 68 ล้านบาท เสริมกำลังการผลิตอีก 28,000 ตันต่อปี พร้อมขยายฐานลูกค้าในกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีนและตลาดส่งออกผลไม้ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการขนส่ง ตลอดจนรองรับโอกาสการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในภาคตะวันออก เริ่มรับรู้ผลการดำเนินงานในเดือนตุลาคม 2569
นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า SCGP มุ่งมั่นสร้างการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษในอาเซียน เพื่อรับโอกาสความต้องการที่ขยายต่อเนื่อง ล่าสุด ได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 90 ในบริษัทจินจงฟา อุตสาหกรรมกระดาษ จำกัด หรือ JZF ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 68 ล้านบาท โดย JZF เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษลูกฟูกที่ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และมีฐานลูกค้าหลักเป็นผู้ประกอบการในตลาดส่งออกผลไม้ไปยังตลาดจีน โรงงานตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ใกล้กับฐานลูกค้าในภาคตะวันออก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงจากกระแสเงินทุนจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุน การลงทุนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของบริษัทฯ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและการเติบโตในอนาคต โดยในปี 2568 JZF มีรายได้ 205 ล้านบาท ทรัพย์สินรวม 240 ล้านบาท และกำลังการผลิต 28,000 ตันต่อปี ทั้งนี้ SCGP จะเริ่มรับรู้ผลการดำเนินงานของ JZF ในงบการเงินรวมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
การลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับแผนเชิงกลยุทธ์ของ SCGP ในการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคอาเซียน พร้อมกับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการผลิตผ่านการสร้าง Synergy ทั้งในด้านการดำเนินงาน การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการต้นทุนและการค้า การเพิ่มศักยภาพในการขายสินค้าและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (Cross-selling) ช่วยเสริมสถานะทางการตลาด การขยายฐานลูกค้า และความสามารถในการแข่งขันของ SCGP ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยในการกระจายคำสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ผลไม้ที่มีอยู่ในปัจจุบันไปยัง JZF เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มอัตรากำไรทั้งกลุ่มธุรกิจผ่านการบริหารต้นทุนและการลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง ขณะเดียวกันยังช่วยให้โรงงานเดิมมีกำลังการผลิตรองรับงานได้มากขึ้น และสามารถบริหารเครือข่ายธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น โดยโรงงาน JZF มีพื้นที่เพียงพอ พร้อมเป็นฐานการผลิตใหม่ รองรับการขยายตัวของความต้องการในอนาคตและสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจในระยะยาว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Loading Data...