SCGP Newsroom

21

PPWR กติกาบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ทุกอุตสาหกรรมต้องรู้

Loading Data...

SCGP ยกระดับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อม ต่อ EU Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) กฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรปที่มุ่งลดขยะบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทาง และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าบรรจุภัณฑ์สามารถรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ปัจจุบัน ธุรกิจทั่วโลกกำลังเผชิญกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดให้ผู้ผลิต เจ้าของแบรนด์ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย รวมถึงธุรกิจที่ส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรป ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของ PPWR ที่จะเริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดหลักตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป กฎระเบียบดังกล่าวได้มุ่งลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการส่งเสริมให้เกิดการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycling) การเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล การลดการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง รวมถึงการสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
PPWR จึงเป็นข้อกำหนดด้านกฎหมายและเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระดับสากล ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้รวดเร็วย่อมมีความพร้อมในการเข้าถึงตลาด สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และลดความเสี่ยงจากต้นทุนการปรับเปลี่ยนในอนาคต ขณะที่ธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทันอาจเผชิญข้อจำกัดในการจำหน่ายสินค้า ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์อย่างเร่งด่วน
SCGP มองว่าการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบระดับโลกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์สู่ความยั่งยืน จึงนำหลัก Circular Economy มาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมสามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อโลก โดย SCGP ขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1. Eco-design Expertise
ออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยคำนึงถึงตลอดทั้งวงจรชีวิต ตั้งแต่การเลือกวัสดุ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรีไซเคิลและลดการสูญเสียทรัพยากร

2. Integrating Circularity

บูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้าสู่กระบวนการธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นทางการผลิต ไม่จำกัดเพียงการจัดการของเสียในปลายทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง

3. Collaborative Ecosystem
สร้างความร่วมมือกับลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับทั้งห่วงโซ่คุณค่าให้พร้อมรองรับมาตรฐานและกฎระเบียบด้านความยั่งยืนในระดับสากล

แนวทางดังกล่าวต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมและการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ PPWR อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
• Mono-material Packaging พัฒนาบรรจุภัณฑ์จากโครงสร้างหลายชั้น (Multi-layer) ให้เป็นวัสดุชนิดเดียว เพื่อลดความซับซ้อนในการคัดแยกและเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิล

•Optimize Resource Efficiency with PIR (Post-Industrial Recycled Content) นำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบตามหลักการจัดการขยะที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันการเกิดขยะก่อนการรีไซเคิล

•Increase Recycled Content with PCR (Post-Consumer Recycled Content) เพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลหลังการใช้งาน เพื่อตอบสนองเป้าหมายด้านสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ และสนับสนุนการหมุนเวียนทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจ

ความคาดหวังของ PPWR ครอบคลุมไปถึงการเพิ่มอัตราการรีไซเคิล การลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น การเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล การลดการพึ่งพาบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การส่งเสริมระบบ Reuse และ Refill การแสดงข้อมูลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ รวมถึงการจำกัดการใช้สารอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้สะท้อนเป้าหมายเดียวกัน คือ “ลดขยะบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงจัดการเมื่อกลายเป็นขยะแล้ว” SCGP จึงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบระดับโลก โดยมุ่งสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจ และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์สู่อนาคตที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนของ SCGP สามารถศึกษารายละเอียดได้จาก Sustainability report และเว็บไซต์ SCGP https://sustainability.scgpackaging.com/ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลสินค้าและบริการได้ที่ 02-586-5555

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Loading Data...