SCGP Newsroom

11

Lift up your voice

OLIC ขับเคลื่อนธุรกิจสุขภาพด้วยความยั่งยืน

Loading Data...

กว่า 40 ปี บริษัทโอลิค (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะสมาชิกของกลุ่มฟูจิ ฟาร์มา ที่ยืนหยัดเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน Contract Development Manufacturing Organization (CDMO) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ตลอดจนความร่วมมือกับ SCGP ในการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง Carbon Footprint เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

วันนี้ Mr. Takefumi Sagara กรรมการผู้จัดการ บริษัทโอลิค (ประเทศไทย) จำกัด จะมาบอกเล่าเรื่องราวและปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ OLIC ที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ห้าด้วยคำมั่นสัญญาในการเป็นผู้นำด้านธุรกิจสุขภาพอย่างยั่งยืนในเอเชีย ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ธุรกิจที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดี

OLIC ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2527 โดยมีสำนักงานใหญ่และโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การพัฒนาสูตร การผลิต การบริการ วิเคราะห์ การบริการด้านกฎระเบียบ และโลจิสติกส์ พร้อมผลักดันการสร้างการเข้าถึง “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์” ในตลาดอาเซียนสำหรับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพของ OLIC ให้บริการตลาดทั่วโลก รวมถึงเอเชียแปซิฟิก ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ รวมไปถึงนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพสตรีซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระยะยาวของฟูจิ ฟาร์มา

“OLIC เป็นมากกว่าผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ทุกก้าวที่เราก้าวเดินสะท้อนถึงความรับผิดชอบอย่างลึกซึ้งต่อผู้คน สังคม และโลก เรามุ่งมั่นที่จะสร้างโลกที่มีสุขภาพดีและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งการดูแลผู้คนก็หมายถึงการดูแลโลกด้วยเช่นกัน” Mr. Takefumi Sagara กล่าว

มุ่งสู่ Net Zero ด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน

นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญด้านการผลิต OLIC ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นอย่างมาก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินโครงการมากมาย เช่น การลงทุนในพลังงานสะอาด การดำเนินโครงการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน อันเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นต่อ Science Based Targets initiative (SBTi) และการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายใน ค.ศ. 2050 OLIC ได้ลงนาม MOU กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO, ECEE และองค์กรอื่นอีก 19 แห่งเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในหมู่พนักงานและตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานEcovadis, SMETA และ Thai Green Industry

“เราเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง CFP เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างความโปร่งใสในผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์มีส่วนสำคัญต่อการปล่อยคาร์บอน ดังนั้นการเลือกตัวเลือกที่ได้รับการรับรอง CFP จะช่วยให้เราติดตามและลด Carbon Footprint ได้ นอกจากนี้ FSC ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน เพื่อให้มั่นใจว่ากระดาษของเรามาจากป่าที่ได้รับการจัดการในลักษณะที่รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากรน้ำ และระบบนิเวศ ซึ่งช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่าและส่งเสริมการปลูกป่าทดแทน ในอนาคตอันใกล้ ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำจะเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ลูกค้าและทุกคนจะเห็นว่า เรามุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืนในทุกส่วนของการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานของ OLIC” Mr. Takefumi Sagara อธิบาย

เลือกพาร์ตเนอร์ที่มีเป้าหมายเดียวกัน

ในการเลือกพาร์ตเนอร์ OLIC พิจารณาความสมดุลระหว่างคุณภาพกับความคุ้มค่า รวมถึงสามารถนำเสนอทางออกเรื่องความยั่งยืนจะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับแรกในกระบวนการพิจารณาคัดเลือก

“SCGP ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของเราโดยการนำเสนอบรรจุภัณฑ์กระดาษที่มีนวัตกรรมและยั่งยืน และตอบสนองความต้องการของเรา ทั้งในด้านประสิทธิภาพและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนของเราและมีส่วนในการสร้างผลกระทบเชิงบวกและค่านิยมร่วมโดยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนแก่ผู้บริโภค สิ่งนี้ยังช่วยสร้างความไว้วางใจกับลูกค้าและผู้ป่วยที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และให้ความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยแสดงให้เห็นว่า เราเป็นผู้นำในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำและผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนแก่ลูกค้าและผู้ป่วย

“ในอนาคต เราวางแผนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นวัสดุที่มีการปล่อยคาร์บอนลดลงและปรับปรุงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ตั้งแต่การจัดหาและการผลิตจนถึงการใช้ทรัพยากรน้อยลงจนกระทั่งการรีไซเคิลหลังการใช้งาน ความร่วมมือกับพันธมิตรเป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ และหากเรามีพาร์ตเนอร์ที่มีจุดหมายปลายทางร่วมกันในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม

และความยั่งยืน เราพร้อมเปิดรับทุกนวัตกรรมที่สอดคล้องกับใจความสำคัญของการดำเนินธุรกิจ” Mr. Takefumi Sagara กล่าวทิ้งท้าย

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Loading Data...